โพลีเอสเตอร์ สารเคมีที่มีหลากหลายคุณสมบัติ

โพลีเอสเตอร์

โพลีเอสเตอร์ หรือ พลาสสติกอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่ในแทบทุกอย่าง รอบตัวเรา

โพลีเอสเตอร์ บริษัท เทยินประเทศไทยจำกัด เป็นผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์ และเส้นใยสังเคราะห์ไฟเบอร์ มาแล้วกว่า 50 ปี ซึ่งเป็นโรงงานของทางประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ผลิตและคิดค้น พัฒนาเส้นใยพิเศษ ที่ถูกใช้ในแต่ละวงการ ด้วยเช่นที่ถูกใช้ใน ผ้าเบรครถยนต์ ชุดนักผจญเพลิง เสื้อเกราะกันกระสุน

รวมถึงที่อยู่ในโครงสร้าง ของคอนกรีต เพื่อให้ทนแรงตึง กว่าจะได้มาเป็นเส้นใยสังเคราะห์ตัวนี้ ที่ได้จากปฏิกิริยาเคมี เกิดขึ้นครั้งแรกใน ปี ค.ศ 1941

เส้นใยสังเคราะห์

โดยนักวิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษ ที่ต้องการหา เส้นใยสังเคราะห์ เพื่อมาใช้ทดแทน เส้นใยธรรมชาติที่ขาดแคลน จึงได้ลองผิดลองถูกคิดค้น และพัฒนาจนสามารถเปลี่ยนพลังงานฟอสซิล กลายเป็น เส้นใยสังเคราะห์ โพลีเอสเตอร์ ที่คนทั้งโลก ได้ใช้จนมาถึงปัจจุบันทุกวันนี้ครับ

เส้นใยโพลีเอสเตอร์ ได้ก้าวล้ำไปไกลกว่าการทดแทน เส้นใยธรรมชาติ ในกลุ่มพัฒนา ต่อยอดด้วย นวัตกรรมสมัยใหม่ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมายที่คาดไม่ถึง นอกจากในวงการสินทอเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม

แล้วรองลงมาก็คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ รถยนต์หนึ่งคัน มีโพลีเอสเตอร์อยู่หลายส่วนด้วยกัน มี โพลีเอสเตอร์ ทั้งในเข็มขัดนิรภัย รถยนต์ผนังหลังคา รถยนต์ยางรถยนต์ ที่อยู่ในส่วนของชั้นสุดท้าย

โพลีเอสเตอร์ ขั้นตอนการผลิตยางรถยนต์ ในอุตสาหกรรมการผลิต 

ในอดีตล้อรถ ทำมาจากเหล็กหรือไม้ นับเป็นยุคปฏิวัติการขับขี่ เมื่อมีการคิดค้น ยางรถยนต์อัดลมเกิดขึ้น ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ยางรถเป่าลมซับแรงกระแทกบนถนนได้ดีกว่า นอกจากนี้แล้วดอกยางยังช่วยทำให้เกิดแรงดึงที่ดีปัจจุบันนี้ยางรถยนต์ ถูกพัฒนาไปอย่างมาก

ยางรถยนต์ยุคใหม่ ผลิตขึ้นมาจากวัสดุต่างๆ 10 ถึง 15 ชนิด ซึ่งมีทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ มีการเติมสารเคมีและยางสีดำใช้ carbon black เครื่องผสมขนาดใหญ่จะผสมส่วน ส่วนผสมทั้งหมด ภายใต้ความร้อนและแรงดันมหาศาล ในการผลิตของยางรถยนต์ ก็มีหลากหลายสูตรต่างกันไป

หลังจากได้ออกมาเป็นก้อนยางเหนียวหนึบ ที่เครื่องจักร จะทำการคลึงให้เป็นแผ่น เพื่อนำไปปั้นและขึ้นรูป แผ่นผ้าใบโพลีเอสเตอร์ จะถูกป้อนเข้าไปในเครื่องรีดยางๆ นั้นประกอบไปด้วย ลูกกลิ้งยาง 2 ตัวที่จะรีดแผ่นผ้าใบ ด้วยความร้อน จะช่วยเสริมให้ยางรถยนต์ มีความแข็งแรง จำเป็นต้องเสริมด้วยผ้าใบ

เพราะแค่ตัวยางเดียวนั้นไม่ทนทาน และพอที่จะใช้เป็นยางรถยนต์ได้ เส้นด้ายมากมาย ถูกปั่นออกมาจากหลอดด้ายอย่างต่อเนื่อง เครื่องจักรจะดึงด้ายเหล่านี้ ไปรวมกับแผ่นยางอุ่นๆ และ จะถูกนำไปประสานติดกับแผ่นยางเส้นด้ายเหล่านี้ จะช่วยทำให้เกิดช่องทางในการระบายลมออกได้

และระหว่างวางการผลิตยางรถยนต์ การทำดอกยางนั้น ประกอบด้วย 3 กระบวนการต่างๆ ดังต่อไปนี้ การกดอัดยางทั้ง 3 ทบเข้าด้วยกันจากนั้น จึงเติมสีย้อมที่ทำให้ยางเป็นเนื้อ เดียวกันลูกกลิ้งจะทำการ ฉาบล้อให้เป็นสีต่างๆ 

carbon black

เส้นสี ที่อยู่ในยางแต่ละเส้น ล้วนแต่มีความหมาย ที่แตกต่างกันออกไป

เป็นการระบุวัสดุแต่ละอย่าง ในขั้นตอนการผลิตด้วยรหัสสี เพื่อไม่ให้ตึงเกินไป ระบบจะหย่อนการลำเลียง แผ่นยางแล้วใบมีดตัดยางให้ยาวพอดี จากนั้นลวดเหล็ก จะถูกดึงออกไปเพื่อนำไปทำเป็นขอบยาง

ส่วนที่ทำให้ยางรถยนต์ มีความแข็งแรง และ ยึดแน่กับกระทะร้อนได้ดี เครื่องจักรจะทำการขึ้นโครง กับยางให้ได้รูปพอดี และ นำยางมาหุ้มเหล็ก เครื่องจักรอีกหลายตัว จะตัดขอบยางออกให้ได้เป็นห่วง ให้ได้ขนาด พอดีกับกระทะล้อ

โพลีเอสเตอร์

หลังจากตอนนี้ก็พร้อมจะผลิตยางรถแล้ว โดยใช้ล้อหมุน ชนิดพิเศษ คือการนำขอบยาง ไปใส่ไว้ 2 ห่วงต่อมาก็คือ ยางส่วนที่ปิดผนึกแล้ว ทำหน้าที่เป็นยางใน ทำหน้าที่เป็นม้วนด้วยขอบลวดอีกที เครื่องจักรชนิดพิเศษ จะทำการอัดลม เข้าไปทั้งสองด้าน แล้วปล่อยลมออก

จากนั้น จึงนำแก้มยางมาติดกับขอบยาง แกนหมุนเล็กๆ จะม้วนแก้มยางเข้ากับขอบยาง เท่านี้เองก็เป็นอันเสร็จสิ้น ในส่วนของด้านใน หรือ แกนของยางรถยนต์ ตามด้วยการ ขึ้นรูปยางชั้นนอกต่อไป

เริ่มจากริ้วยางที่ถูกฝังลงไป ด้วยลวดเหล็ก แล้วยางตัวนี้จะถูกม้วนขึ้นไปตัวที่ 2 จากนั้นจึงอัดยาง ให้เป็นร่อง ระบบคอมพิวเตอร์ จะทำการการหมุนยาง ด้วยความแรงที่เหมาะสม จนเกิดเป็นร่องที่ลึกพอดี 

โพลีเอสเตอร์

จึงเข้าสู่การทำยางชั้นนอกสุด คือ ดอกยาง เครื่องจักรจะหมุนยางส่วนนี้ แล้วก็ถึงเวลาประกอบแผ่นทั้งสอง ให้เป็นแผ่นเดียวกัน เครื่องจักรวงแหวน จะทำการเคลื่อนย้ายยางชั้นนอก ไปรวมกับยางชั้นใน ทำการกดอากาศเข้าไป เพื่อขึ้นรูปยาง แล้วยางทุกส่วน ก็จะแนบสนิทกันพอดี

เครื่องจักรจะม้วนขอบดอกยาง ขึ้นมาครับ แก้มตอนนี้ก็ได้ออกมา เป็นสิ่งที่โรงงานเรียกว่า โครงยางสำเร็จรูป คือยางที่ยังไม่ได้อบ และ ไม่มีลายดอกยางขั้นต่อไป คือการนำยางไปรอ และขึ้นรูปเป้าหล่อ

ทั้งสองส่วน จะประกบยาง เหมือนเครื่องทําวาฟเฟิล ด้านในมีไอร้อนออกมา เพื่อขยายตัวยาง และ ทำให้เกิดลายดอกยาง ลายดอกยางนี้ ถูกออกแบบมา เพื่อยางหน้าล้อโดยเฉพาะ ขอบหน้าตัดของยางรถยนต์นี้ แสดงให้เห็น ถึงการอัดยางแต่ละชั้นเข้าด้วยกัน เบ้าหล่อที่อัดแรงดัน และความร้อน ทำให้ยาง แข็งตัวขึ้นได้

ปฏิกิริยาทางเคมี ที่ทำให้ยางทั้งอ่อน และเหนียว กลายเป็นยางแข็งแรง ยืดหยุ่นดี จากนั้นคนงาน ก็จะเล็มยางที่ลุ๋ยออกมา เมื่อตรวจสอบแล้ว สุดท้ายจะมั่นใจ แล้วว่ายางรถมีรูปทรง และลักษณะทางเรขาคณิต ที่ถูกต้อง ก็พร้อมที่จะส่งออกขายได้

พลาสติกบางชนิด ก็ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ควรศึกษา และ เรียนรู้

ในเวลานี้ ยางรถจะออกวิ่งบนถนนแล้ว พลาสติกเอง ก็ใช่ว่าจะสามารถ รีไซเคิล ได้ทุกชนิดนะครับ ผู้บริโภคอย่างเราๆ สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากสัญลักษณ์ ที่ติดอยู่ห่างเป็นลูกศร 3 วนเป็นรูปสามเหลี่ยม

พร้อมระบุตัวเลข 1-7 ซึ่งแทนที่ชื่อประเภท ของพลาสติก สามารถนำมารีไซเคิลได้หรือเปล่า พลาสติกเหล่านี้จะถูกนำกลับสู่วัฏจักรของการผลิต กลายเป็นเส้นใย ที่อำนวยความสะดวก ทางด้านปัจจัย 4 และสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการ ในทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต

แต่ไม่ว่า โพลีเอสเตอร์จะถูกแปลเปลี่ยน เป็นผลิตภัณฑ์ มีกี่ครั้งก็ตามก็ยังสามารถ นำกลับมา รีไซเคิล ได้ใหม่อย่างไม่รู้จบได้ เป็นวัตถุดิบรักษ์โลก ที่ไม่มีวันตาย เพียงวันนี้เราหันมาใส่ใจ และ เรียนรู้ถึงคุณสมบัติ และ ลักษณะต่าง ๆที่ตัวผลิตภัณฑ์ส่งเสริม

ช่วยกันแบ่งปันความรู้ วิธีการนำกลับมาใช้ใหม่ สร้างความตระหนักรู้ ในการใช้ทรัพยากร อย่างรู้คุณค่าในวงกว้าง เท่านี้เส้นใยจากปิโตรเลียม ที่ใช้แล้วมีวันหมดไป จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และ เกิดประโยชน์สูงสุด